จำเป็นมั้ยต้องทำความสะอาด EVAP ?

ระบบ Cooling Pad ใน EVAP ทุกยี่ห้อส่วนใหญ่ผลิตมาจากเยื่อกระดาษด้วยกันทั้งนั้น กรรมวิธีการผลิตก็เกิดจากการทอเยื่อกระดาษให้มีชั้นติดกันหลายชั้น เพื่อกักเก็บน้ำในอยู่ในชั้นของกระดาษนั่นเอง ดังนั้นตัว Cooling Pad จึงต้องสัมผัสทั้งสารประกอบที่มากับน้ำ ลม ฝุ่น และสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ ที่มากับน้ำโดยตรง นานวันเข้าหากไม่ได้รับการทำความสะอาดหรือบำรุงรักษาที่ถูกวิธี และตรงเวลา ก็จะตามมาด้วยปัญหาต่าง ๆ เช่น กลิ่น เชื้อโรค พัดลมไม่เย็น ท่อตัน พัดลมทำงานหนัก ฯลฯ

ส่วนวิธีการทำความสะอาดนั้น ก็ควรหมั่นทำเป็นประจำทุก 3-6 เดือนในกรณีเป็นระบบใหญ่ แต่ถ้าเป็น EVAP เล็กที่อยู่ตามบ้าน ทำเพียงเดือนละครั้งก็เพียงต่อต่อการใช้งานได้แล้ว โดยขั้นตอนและวิธีการทำความสะอาดก็ไม่ยุ่งยาก แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขความปลอดภัยเป็นสำคัญ มีขั้นตอนดังนี้

1) คัดกรองคุณภาพของน้ำที่ใช้เข้าสู่ระบบโดยน้ำที่จะเค้าสู่ระบบแนะนำว่าควรมีค่า pH อยู่ระหว่าง 5.5-8 เพราะความเป็นกรดเป็นด่างมากไป จะทำให้อายุการใช้งานของ Cooling Pad สั้นลง หากน้ำมีค่าความกระด้างมาก เกิน 100 ppm as CaCO3 ก็ไม่ควรใช้หรือบำบัดน้ำก่อนจะนำมาใช้

2) ควรมีการถ่ายเทน้ำในระบบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันน้ำไม่ให้สกปรกหรือมีความเข้มข้นของสิ่งเจือปนมากเกินไป ซึ่งจะนำมาด้วยการที่อายุของกระดาษจะน้อยลง เสื่อมคุณภาพเร็วกว่ากำหนด

3) ห้ามใช้สารเคมีชนิดรุนแรงที่มีฤทธิ์กัดกร่อน เพราะจะทำให้เยื่อกระดาษเกิดการเสียหาย โดยเฉพาะในกลุ่มของ Oxidizing Agent แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ควรเจือจางก่อน

4) ควรล้างทำความสะอาดมุ้งไนลอนเป็นประจำเพื่อป้องกันการอุดตันของฝุ่น และลดภาระการทำงานของพัดลมส่งผลไปยังการประหยัดไฟฟ้า

5) ไม่ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคในปริมาณเข้มข้น เพราะจะทำให้เกิด Side effect กับเนื้อกระดาษทำให้กระดาษยุ่ยหรือเสื่อมสภาพได้

6) ล้างทำความสะอาด Cooling Pad เป็นประจำและควรตากหรือทำให้แห้งก่อนการใช้งานครั้งต่อไป เพื่อตัดวงจรของเชื้อโรคและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อระบบ เช่น ตะไคร่น้ำ เชื้อรา สาหร่าย แมลงขนาดเล็ก

7) ควรทำความสะอาดถังพักน้ำด้วยน้ำยาและสารฆ่าเชื้อโรค เพราะถังพักน้ำเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอีกแหล่งนึงที่เราจะมองข้ามไม่ได้

8) แสงเป็นอีกหนึ่งตัวการของการเกิดสิ่งมีชีวิต ที่เป็นอันตรายต่อระบบ EVAP เพราะสาหร่ายและเชื้อโรคบางชนิดสามารถเติบโตได้ในอุณภูมิและแสงแดดที่ส่องลงมาบริเวณเครื่อง

9) อย่าวางสิ่งของที่มีกลิ่นแรง สารเคมี หรือขยะ ไว้ใกล้กับระบบ EVAP เพราะว่าการทำงานของระบบดังกล่าวอาศัยหลักการการดูดอากาศ Fresh Air จากอากาศรอบ ๆ ตัวเข้าสู่ตัวเครื่อง หากเราวางแหล่งกำเนิดกลิ่นไว้ จะทำให้ระบบดูดกลิ่นเหล่านั้นเข้าไปด้วย

10) อย่าให้ Cooling Pad สัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ เช่น ฟอสเฟส ปุ๋ย อาหารหรือสารอินทรีย์ ต่าง ๆ โดยตรง เพราะสารเหล่านี้อาจก่อให้เกิดเชื้อราและแบคทีเรียในกระดาษ และส่งผลให้กระดาษเกิดการเน่าเปื่อย เป็นที่สะสมของเชื้อโรค หากพบเจอกระดาษเริ่มเน่าเปื่อยควรเปลี่ยนหรือตัดส่วนนั้นทิ้งไปจากระบบโดยเร็ว

เพียงเท่านี้ เราก็จะได้อากาศเย็นที่บริสุทธิ์ แถมยังสามารถยืดอายุการใช้งานของระบบ EVAP ได้อีกนาน แถมประหยัดไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายในธุรกิจอีกด้วยครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *