หลายครั้งที่ผมมีโอกาสได้เดินทางไปดูงานต่างประเทศบ่อยครั้ง เพื่อไปดูความก้าวหน้าทางวิทยาการของประเทศต่าง ๆ แล้วนำมาปรับปรุงและปรับใช้กับธุรกิจของผมเอง ซึ่งประเทศส่วนใหญ่ที่ผมเลือกไปดูงานก็จะเป็นประเทศแถบเอเชียแปซิฟิก อย่างญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ หรือแม้แต่จีนแผ่นดินใหญ่ ที่มีวิทยาการทางเทคโนโลยีมากกว่าเรา จนมีโอกาสได้ไปเจรจาธุรกิจที่สิงคโปร์กับนักธุรกิจคนนึงซึ่งเป็นเพื่อนกันกับผม เรานัดเจอกันแถว Marina Bay ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยผมไปกับผู้ช่วยผม 1 คน

หลังจากทานอาหารเสร็จ ก็เดินทางไป China town ไปดูสีสันของคนสิงคโปร์และไปต่อที่ Orchard Road เพื่อไปหากาแฟดื่มก่อนจะกลับที่พัก ซึ่งสภาพอากาศในสิงคโปร์เองก็ไม่ต่างจากบ้านเรามากนัก เพราะร้อนอบอ้าวใช้ได้เลย ปกติผมเป็นคนร้อนง่ายอยู่แล้ว แต่ผมสังเกตุว่าร้านอาหารในสิงคโปร์และสถานที่ต่าง ๆ ที่ผ่านมา ก็ไม่ต่างจากย่าน สีลม ทองหล่อ หรือเอกมัย บ้านเรามากเท่าไหร่ แต่มันดันมีพัดลมชนิดนึงที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในเมืองไทย ติดอยู่เต็มไปหมด ทั้งร้านอาหารหรู ๆ ไปยันร้านอาหารร้านข้างทาง นั่นคือ “ Ceiling Fan “ หรือพัดลมแขวนเพดานนั่นแหละ

Me : What’s that Mike ?

Friend : Humm That’s Big Ceiling Fan. It’s very popular in my country. Why ?

แต่พัดลมเพดานเมืองไทยก็เยอะแยะ แปลกตรงไหนล่ะ ครับบ้านเราเยอะเลย แต่ที่มันสะดุดตาผม นั่นเป็นเพราะว่ามันไม่ใช่พัดลมเพดานยักษ์แขวนเพดานหรือ Ceiling Fan ธรรมดา แต่มันมีคำว่า Big  หรือ “ ใหญ่ยักษ์ “ ผสมอยู่ด้วย

ใหญ่ขนาดไหนล่ะที่บอกว่าใหญ่ พัดลมเพดานปกติในบ้านเราความใหญ่ของใบพัดสู่ใบพัดไม่เกิน 2 เมตร แต่เจ้าพัดลมที่ผมเห็นนี่ปาเข้าไปตั้ง 3 เมตรกว่า จนไปถึงใกล้ 8 เมตร (ถ้านึกไม่ออกว่ามันใหญ่แค่ไหน ถ้าตัวใหญ่สุดนี่ใหญ่กว่าช้างอีกครับ) เท่านั้นแหละครับ ผมก็เลยรู้สึกสนใจมันขึ้นมา

เลยลองถามผู้ติดตามผมว่า “ เอ็งคิดว่า ถ้าพี่จะเอาเข้าไปขายเมืองไทยจะขายได้ป่าววะ ? “ ผู้ช่วยผมนิ่งไปพักนึงแล้วก็ตอบกลับมาว่า “ ขายไม่ได้หรอกพี่ ใครจะซื้อ ในไทยก็มีพัดลมแบบอื่นเยอะแยะอยู่แล้ว แถมไอ้ตัวนี้ท่าทางจะราคาแพงด้วยนะ คนไทยไม่ซื้อหรอก “

ครับคุณผู้ช่วย …. แต่ผมไม่ได้คิดแบบที่ผู้ช่วยผมคิดหรอกครับ อย่างที่บอกถ้าเป็นที่นิยมติดกันเต็มบ้านเต็มเมืองขนาดนี้ มันต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างดิ มันจะเกิดขึ้นมาเฉย ๆ ไม่ได้หรอก

หลังจากนั้นพอกลับมาเมืองไทย ผมเลยเริ่มหาข้อมูลและประวัติความเป็นมาของพัดลมยักษ์นี่อย่างจริงจัง เพื่อจะนำมาพัฒนาธุรกิจทางด้าน “ Ventilation “ ของผม จนมาพบว่าพัดลมชนิดนี้ต้นกำเนิดจริง ๆ มาจากอเมริกา (United State of America) โดยความคิดริเริ่มมาจากเกษตรกรในฟาร์มปศุสัตว์ที่ต้องการหาพัดลมลมที่ช่วยระบายอากาศให้กับวัวและหมูในฟาร์มของพวกเค้า เพื่อป้องกันแมลงรบกวน ทำให้สัตว์มีสุขลักษณะและอารมณ์ที่ดี เพื่อคุณภาพของเนื้อและนมที่ดีตามมาด้วย จึงได้นำความต้องการนี้ไปแจ้งกับผู้ผลิตพัดลมในอเมริกา หลังจากนั้นผู้ผลิตจึงนำหลักการการออกแบบของใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ มาช่วยในการออกแบบพัดลม โดยใช้หลักการ “ High Volume Low Speed “  คือมีใบพัดขนาดใหญ่และประหยัดพลังงานไฟฟ้าด้วยในคราวเดียวกันสำเร็จในปี 1999 และใช้กันอย่างแพร่หลายในอเมริกาและประเทศใกล้เคียง

และพัฒนาต่อมาเรื่อย ๆ จนพัดลมดังกล่าวเข้าไปอยู่อีกหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม โรงเรียน หรือสถานที่ราชการในเวลาต่อมา นั่นเป็นประวัติความเป็นมาคร่าว ๆ ของเจ้าพัดลมยักษ์ในอเมริกาผู้ให้กำเนิด

พอผมเริ่มศึกษา ลงลึกลงไปในรายละเอียด ก็พบว่าเจ้าพัดลมยักษ์ตัวนี้มีความน่าสนใจอย่างไม่น่าเชื่อและสามารถตอบโจทย์ของการเพิ่มความเร็วลมผนวกกับการประหยัดพลังงานได้อย่างแน่นอน เพราะใช้เจ้านี่ตัวนึงสามารถทดแทนพัดลมตั้งพื้นได้มากกว่า 40 ตัวในบริเวณ แปลว่าเราสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้โขเลยทีเดียว แถมยังเงียบมาก ไม่เหมือนพัดลมโรงงานที่ต่อตรงกับใบพัดดื้อๆ อีกต่างหาก

หลังจากนั้นให้หลัง 7 วัน ผมให้นโยบายและให้ทีมวิศวกรของบริษัทผมพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวนี้โดยเร็วและให้ศึกษารายละเอียดด้านแมคคานิค (Mechanical) และระบบต่าง ๆ ให้ถี่ถ้วนและเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวทันที และ Sense ทางธุรกิจของผมมันบอกว่า “ พัดลมยักษ์ “ ต้องไปได้ในเมืองไทย

ทีมวิศกรของผมใช้เวลามากกว่า 3 เดือนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ แม้การพัฒนาจะไม่ราบรื่น มีความยากมากในการควบคุมความเร็วของพัดลมที่ขนาดใหญ่ การที่มันหมุนช้าทำให้เกิดแรงเฉื่อยมหาศาล การออกแบบใบพัด ส่วนผสมที่ใช้ในการฉีดใบพัดที่แข็งแรง ฯลฯ แต่จนแล้วจนรอดก็ออกมาเป็นตัว Prototype และทดสอบติดตั้งที่โรงงานของพวกเราเองย่านบางนา และผลทดสอบค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ ทั้งด้านกำลังลม การประหยัดพลังงานไฟฟ้าและที่สำคัญเรื่องระบบความปลอดภัย ให้ผลออกมาในทางบวก และเราทดสอบอีกกว่า 7 เดือน เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของเราจะสามารถทำออกมาเป็น Mass Product ได้

โดยผมและทีมงานนำพัดลมตัวนี้ไปเสนองานกับกลุ่มเซ็นทรัล กรุ๊ป (Central Group Company) ซึ่งถือเป็นลูกค้ารายแรกและรายใหญ่ของเราเลยทีเดียว และก็พบกับความท้าทายมากมายในการเจรจาต่อรอง ความสงสัยและไม่มั่นใจ รวมไปถึงต้องอธิบายประสิทธิภาพและข้อมูลอื่น ๆ เชิงวิเคราะห์และลึกมากในเรื่องการออกแบบ โดยเฉพาะมิติด้านความปลอดภัยในการติดตั้ง เพราะอย่างที่บอกไปครับ มันไม่เคยมีพัดลมยักษ์ในเมืองไทยมาก่อน ไม่แปลกครับที่ลูกค้าจะกังวล ผมและทีมงานก็ได้อธิบายข้อมูลต่าง ๆ แสดงผลทดสอบมากมายจนในที่สุดผู้บริหารของกลุ่มเซ็นทรัล อนุญาติให้มีการติดตั้งยูนิตทดสอบ 6 ตัวใน 1 สาขา (เซ็นทรัล ไทวัสดุ) ในเวลาต่อมา

หลังจากติดตั้งปรากฎว่าสิ่งที่ผมและคนของผมได้ช่วยกันพัฒนามันสามารถทำงานได้อย่างน่าพอใจ พัดลมยักษ์ของเราสามารถไปกวนอากาศให้พื้นที่แสดงสินค้าของลูกค้า ทำให้อากาศร้อนใต้อาคารเย็นลงด้วยการสร้างความเร็วลม ทำให้เกิดการไหลเวียนของอากาศ (Flow) และทำให้ระบบทำความเย็นเดิมของลูกค้าไม่ต้องทำงานหนักส่งผลให้การเกิดประหยัดพลังงานในภาพรวม ดังนั้นในเวลาต่อมากลุ่มเซ็นทรัลจึงเริ่มโครงการติดตั้งพัดลมยักษ์ “ Yushi “ ในคลังสินค้าของไทวัสดุทั่วประเทศในเวลาต่อมา จำนวน 180 ยูนิต ทั่วไปประเทศ

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาพัดลมยักษ์ในประเทศไทย ผมมีความเชื่อว่าเราเป็นผู้นำคนแรก ๆ ที่นำธุรกิจดังกล่าวเข้ามาและยังคงพัฒนาประสิทธิภาพของมันอยู่อย่างสม่ำเสมอ จนพัดลมรูปแบบดังกล่าว ณ เวลานี้เป็นที่นิยมมากในประเทศเรา ปัจจุบันเรามีการผลิตพัดลมดังกล่าวออกไปแล้วมากกว่า 1,000 ยูนิต ติดตั้งอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและธุรกิจด้านการระบายอากาศของเราให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปในอนาคต

ขอบพระคุณมากนะครับสำหรับผู้ที่อ่านและติดตามมาถึงตรงนี้ หวังว่าคงเป็นแนวทางและมีประโยชน์ในการสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนได้ ผมเองยินดี เป็นอย่างยิ่ง ที่จะบอกกล่าวเรื่องราวเกี่ยวกับตัวผมและธุรกิจของผมเพื่อประโยชน์ของบุคคลทั่วไปครับ

ยุทธ  จึงสวนันทน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *